Support
www.thaibizsolutions.com
095-9799890
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ

คำแปลบทสนทนาคลิป YouTube เบอร์ N29

piboon11@yahoo.com | 19-12-2559 | เปิดดู 1821 | ความคิดเห็น 0

คำแปลของบทสนทนาในคลิป YouTube N๒๙: เรียนฟัง+พูดอังกฤษแบบ Reality กับคนอเมริกัน บนหาด Miami

ลิงค์ https://www.youtube.com/watch?v=oeSGTgKfc00

 

 

 

P: Hi, my name is Piboon.  (I’m) From Bangkok, Thailand. (สวัสดีครับ ผมชื่อพิบูลย์ มาจากกรุงเทพฯ ประเทศไทยครับ)

แขก: Hey, Piboon, how are you? (สวัสดีพิบูลย์ คุณเป็นอย่างไรบ้างล่ะ)

P: I’m great.  Thank you.  I am an English-language teacher.  I’m making a video on YouTube and I don’t know if you would mind being featured in one of my next videos. (ผมสบายดีครับ ขอบคุณมาก ผมเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ผมกำลังถ่ายทำวิดีโอที่จะโพสต์ลงบน YouTube และผมก็ไม่รู้ว่าคุณจะรังเกียจไหมที่จะร่วมแสดงอยู่ในหนึ่งในวิดีโอที่ผมจะลงในวันข้างหน้านี้)

แขก: Sure, we don’t mind at all. (ได้สิ เราไม่รังเกียจแม้แต่น้อยเลย)

P: OK, that’s good. (โอเค งั้นก็ดีเลย)

P: What’s your name? (คุณชื่ออะไรครับ)

แขก: My name is Dan. (ผมชื่อแดน)

P: What about you? (แล้วคุณล่ะ)

แขก: My name is Daniel. (ผมชื่อแดนเนียล)

P: Where are you from? (คุณมาจากที่ไหนครับ)

Dnl: I’m from Mexico City. (ผมมาจากเมืองเม็กซิโกซิตี้)

Dn: I live in New York City. (ผมอาศัยอยู่ในเมืองนิวยอร์คซิตี้)

P: What are you doing here in Miami? (แล้วคุณมาทำอะไรในไมอามี่ครับ)

Dn: We came down to vacation to have a nice weekend as my friend’s birthday. (เราลงมาพักร้อนเพื่อที่จะมีวันหยุดสุดสัปดาห์ดีๆในวันเกิดของเพื่อนผม)

P: When is your birthday? (เมื่อไหร่คือวันเกิดของคุณครับ)

Dnl: It is on October 1st.  It will be next Saturday. (มันเป็นวันที่ 1 ตุลาคม – มันคือวันเสาร์หน้าครับ)

Dn: Tomorrow. (พรุ่งนี้ต่างหากล่ะ)

P: Today is September 30th.  You know, time flies.  You get confused sometimes. (วันนี้คือวันที่ 30 กันยายน ... คือว่าเวลามันโบยบินไปอย่างรวดเร็ว (เวลาที่เรามีความสุข) คนเราก็เลยสับสนเรื่องเวลากันบ้าง)

Dnl: Yes, (time flies) more when you are on vacation.  (ใช่ โบยบินเร็วมาก โดยเฉพาะเวลาที่เรามาเที่ยวพักผ่อน)

P: Yeah, I’m on vacation, too.  And I’m going to be here in the U.S. for almost 2 months. (ใช่ ผมก็มาเที่ยวพักผ่อนเหมือนกันครับ และผมก็จะอยู่ที่อเมริกาเป็นเวลาเกือบๆสองเดือน)

Dn: Two months, really?  Well, we’re on vacation for 5 days.  We’ve been here for one day and he’s already forgot what day it is.  So, that’s the start of a very nice vacation. (สองเดือนเหรอ จริงเหรอ คือว่าเราสองคนมาพักผ่อนกันห้าวัน เรามาที่นี่กันเพียงวันเดียว และเพื่อนผมเขาก็ลืมเสียแล้วว่าวันนี้เป็นวันอะไร ถือว่าเป็นการเริ่มต้นของช่วงวันลาพักร้อนที่ดีทีเดียว)

P: When did you get to Miami? (คุณมาถึงไมอามี่เมื่อไหร่ครับ)

Dn: We arrived yesterday.  We’re going to be here until Monday.  And pretty much the entire time that we’re here, we will either be sleeping, drinking or enjoying the beach. (เรามาถึงเมื่อวานนี้ เราจะอยู่ที่นี่จนถึงวันจันทร์ แล้วเวลาส่วนใหญ่ที่เราอยู่นี่ ถ้าเราไม่นอนหลับ หรือดื่มสังสรรค์เฮฮา เราก็จะมาหาความสุขบนชายหาดนี่แหละ)

P: I see.  Where in New York do you live? (ผมเข้าใจแล้ว คุณอาศัยอยู่ตรงไหนในนิวยอร์คครับ)

Dn: I live in Manhattan.  I live by Columbus Circle and I live with my friend Danny who lives with me.

P: I’m going to New York, actually, maybe 2 weeks from now. (ผมอยู่ในแมนฮัตตัน ผมอยู่ใกล้ๆ โคลัมบัสเซอร์เคิล แล้วผมก็อยู่กับเพื่อนผม (แดนนี่) ผู้ซึ่งอาศัยอยู่กับผม – ซึ่งก็หมายความว่าอาศัยอยู่ในบ้านของผมนั่นเอง)

Dn: Oh, great! (โอ้! เยี่ยมเลย)

P: And I’m going to stay in an apartment near Times Square. (ผมก็เตรียมที่จะไปพักที่อพาร์ทเม้นต์แห่งหนึ่งใกล้ๆ ไทม์สแควร์)

Dn: Oh, we live right by Times Square.  When you’re there, if you need any suggestions of things to do, we would love to help you out. (โอ้! เราอยู่ใกล้ๆ ไทม์สแควร์เลย เอาไว้เวลาคุณไปเที่ยวที่นั่นแล้วถ้าเกิดคุณต้องการคำแนะนำว่าจะต้องทำอะไรยังไงดี เราจะยินดีที่จะช่วยเหลือคุณเต็มที่เลยนะ)

P: Thank you very much.  You’re very kind. (ขอบคุณมากเลยครับ คุณใจดีจัง)

Dn: We’re on vacation. (ก็เรามาพักร้อนกันอยู่นี่นา) – [ก็ต้องใจดีหน่อยสิ]

P: In Thailand, (many) Thai people try very hard to learn English.  Many English teachers say grammar is very important.  And many other English teachers say grammar is NOT important.  What is your view on grammar? (ในประเทศไทย มีคนไทยจำนวนมากพยายามอย่างมากที่จะเรียนรู้ภาษาอังกฤษ แล้วก็มีครูสอนภาษาอังกฤษหลายคนบอกว่าไวยากรณ์หรือแกรมม่ามันสำคัญมาก แล้วก็มีครูสอนภาษาอังกฤษอีกหลายคนบอกว่าไวยากรณ์หรือแกรมม่าไม่สำคัญ คุณมีความคิดเห็นยังไงเกี่ยวกับเรื่องแกรมม่าบ้างครับ)

Dn: That’s a very good comment.  I think that it is very important to learn English but it’s also very important to understand how to write English.  So, to learn English is an art form to perfect.  To learn how to write English is probably more difficult.  To learn English is to help you communicate.  If you want to learn how to write English, you have the opportunities that will come after that. (นี่เป็นข้อคิดเห็นที่ดีมากนะ ผมคิดว่ามันก็สำคัญนะที่จะเรียนรู้ภาษาอังกฤษ แต่มันก็สำคัญมากเหมือนกันที่จะต้องรู้วิธีการเขียนภาษาอังกฤษ ดังนั้นการที่จะเรียนภาษาอังกฤษเนี่ยมันเป็นศิลปะรูปแบบหนึ่งที่จะต้องทำให้สมบูรณ์แบบ ส่วนการที่จะเรียนการเขียนภาษาอังกฤษนี่ ผมว่ามันน่าจะยากกว่านะ การเรียนภาษาอังกฤษมันช่วยให้คุณสื่อสารได้ ถ้าคุณต้องการเรียนการเขียนภาษาอังกฤษ คุณก็จะได้รับโอกาสดีๆที่จะติดตามมาในภายหลัง)

P: By learning how to write English, do you mean grammar, or not grammar? (ในการเรียนรู้ที่จะเขียนภาษาอังกฤษเนี่ย คุณหมายถึงแกรมม่าหรือไม่ได้หมายถึงแกรมม่าครับ)

Dn: To learn English is to have proper grammar.  So, it’s learning grammar, yes!  But, I think my friend (Daniel), since he is from Mexico City and he has taught himself how to speak English, he could probably elaborate more than I can.  He has been in the United States for 7 years.  And he has learned by living in the United States in order to succeed successfully.  He has had to both learn how to speak proper English but also learn how to read and write proper English, as well.  So, he can probably explain better. (การเรียนภาษาอังกฤษมันก็หมายถึงการใช้แกรมม่าอยู่ถูกต้องเหมาะสม ดังนั้นคำตอบของผมก็คือ “ใช่” เราก็ต้องเรียนแกรมม่าด้วย แต่ผมคิดว่าเพื่อนผม (แดเนียล) เนื่องจากเขามาจากม็กซิโกซิตี้และเขาก็ฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง เขาน่าจะอธิบายรายละเอียดได้มากกว่าผม เขาอยู่อเมริกามาเจ็ดปีแล้ว และเขาก็เรียนรู้ที่จะพูดภาษาอังกฤษโดยการใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกาเพื่อที่จะทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จ เขาต้องเรียนทั้งพูดภาษาอังกฤษให้ถูกต้องแล้วยังต้องเรียนที่จะอ่านและเขียนอย่างถูกต้องด้วย ดังนั้นเขาน่าจะสามารถอธิบายได้ดีกว่าผมนะ)

P: OK, Daniel!  Would you mind sharing with me and my viewers how hard it was for you to start learning English? (โอเค แดเนียล คุณจะรังเกียจไหมที่จะแบ่งปันประสบการณ์ให้ผมและคนดูยูทูปฟังเกี่ยวกับว่าตอนที่คุณเริ่มเรียนภาษาอังกฤษใหม่ๆเนี่ย มันยากลำบากแค่ไหน)

Dnl: It was hard when I started learning.  English is my second language.  In my country, Mexico, we learn to speak first and then, to write.  In the United States, when you come in to work or to speak to somebody else, you need to be able to have proper grammar when you speak and when you write.  So, grammar is very important. (มันก็ลำบากนะตอนผมเริ่มเรียนอ่ะ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองของผม ในประเทศของผม (ประเทศเม็กซิโก) เราเรียนพูดก่อนแล้วค่อยเรียนเขียนทีหลัง ในประเทศสหรัฐอเมริกาเนี่ย เวลาที่คุณเข้ามาทำงานหรือพูดกับบุคคลอื่นเนี่ย คุณจำเป็นที่จะต้องมีแกรมม่าที่ถูกต้องเวลาที่คุณพูดหรือเวลาที่คุณเขียน ดังนั้นแกรมม่าสำคัญมากเลย)

P: Maybe, that’s it!  You have been contributing something very worthwhile to many people. (ผมว่าเราพอแค่นี้ก็แล้วกันนะครับ คุณได้ให้สิ่งดีๆและมีคุณค่าแก่คนมากมายเลย)

Dn: I hope so. (ผมก็หวังว่ามันเป็นอย่างนั้นนะ)

P: May your good karma bring you very good things! (ขอให้กรรมดีของคุณได้ชักนำสิ่งดีๆมาสู่ตัวคุณนะครับ)

Dn: Everything’s about good karma. (ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็เกี่ยวกับเรื่องกรรมดีนี่แหละ)

P: All right, thank you very much, Dan & Daniel. (โอเค ขอบคุณมากครับ แดนและแดเนียล)

Dn & Dnl: You’re welcome.  Thank you so much.  Bye, guys!  Have a good day. (ยินดีครับ ขอบคุณมาก บ๊ายบายครับท่านผู้ชม ขอให้คุณมีวันที่ดีนะ)

-----------------------------------------------

P: Hi, my name is Piboon.  I am an English-language teacher from Bangkok, Thailand.  I am visiting Miami.  Here on Miami Beach, I am approaching you because you look like someone who speaks English.  Do you speak English? (สวัสดีครับ ผมชื่อพิบูลย์ ผมเป็นครูสอนภาษาอังกฤษจากกรุงเทพฯ ประเทศไทย ผมกำลังมาเที่ยวที่ไมอามี่ครับ แล้วก็บนหาดไมอามี่แห่งนี้ ที่ผมเข้าหาคุณเนี่ยก็เป็นเพราะว่าคุณดูเหมือนคนที่พูดภาษาอังกฤษ (เป็นภาษาหลัก) คุณพูดภาษาอังกฤษได้ใช่ไหมครับ)

แขก: Yes, I do. (ใช่ครับ ผมเป็นคนที่พูดภาษาอังกฤษครับ)

P: My name is Piboon. (ผมชื่อพิบูลย์ครับ)

แขก: Hi, Piboon! (สวัสดี พิบูลย์)

P: What’s your name? (คุณชื่ออะไรครับ)

แขก: My name is Mark. (ผมชื่อมาร์ค)

P: Mark, where are you from? (คุณเป็นคนที่ไหนครับ มาร์ค)

M: I’m from Buffalo, New York. (ผมเป็นคนที่มาจากเมืองบัฟฟาโลว์ รัฐนิวยอร์ค)

P: What are you doing here in Miami? (แล้วคุณมาทำอะไรที่ไมอามี่นี้ครับ)

M: I live here now. (ตอนนี้ ผมอาศัยอยู่ที่เมืองนี้แล้ว)

P: How long have you lived in Miami? (คุณอาศัยอยู่ในไมอามี่มานานแค่ไหนแล้วครับ)

M: I’ve lived here for 19 years now. (ผมอยู่นี่มาสิบเก้าปีแล้ว)

P: 19 years, really!  What did you do when you were in New York? (สิบเก้าปี จริงเหรอเนี่ย แล้วคุณทำงานอะไรล่ะตอนที่คุณอยู่ที่นิวยอร์คอ่ะ)

M: When I was in New York City after Buffalo, I was a social worker. (ตอนที่ผมอยู่เมืองนิวยอร์คซิตี้ หลังจากย้ายมาจากเมืองบัฟฟาโลว์ ผมก็ทำงานเป็นนักสังคมสงเคราะห์ครับ)

P: By being a social worker, what did you do? (แล้วที่ว่าเป็นนักสังคมสงเคราะห์เนี่ย คุณทำอะไรอ่ะ)

M: I worked with people with development of disabilities. (ผมทำงานกับคนที่มีความพิการทางร่างกาย)

P: What do you like to eat? (คุณชอบกินอะไรครับ)

M: A lot of things!  Just not in small quantities.  Very American on my taste that way! (หลายอย่าง ... แล้วก็ไม่ได้กินปริมาณน้อยๆเสียด้วย ค่อนข้างจะกินแบบอเมริกันสักหน่อย – คือกินอาหารที่เขาเสิร์ฟเป็นจานใหญ่ๆ)

P: Because I teach English, I would like to know your view on grammar.  Many native English speakers are not aware of grammar because, you know, it’s not important for them.  How do you feel about grammar? (เนื่องจากว่าผมสอนภาษาอังกฤษ ผมก็เลยอยากจะรู้ความคิดเห็นของคุณเรื่องแกรมม่าหน่อย เจ้าของภาษาอังกฤษหลายคนไม่ค่อยระวังหรือไม่ได้ใส่ใจเรื่องแกรมม่าเพราะมันอาจจะไม่สำคัญสำหรับเขา คุณรู้สึกยังไงบ้างสำหรับเรื่องแกรมม่า)

M: I think grammar is important if you want to make an impression on somebody that has some education or knows how to express an idea. (ผมคิดว่าแกรมม่าสำคัญนะถ้าหากว่าคุณอยากจะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งเขาประทับใจอ่ะ คือฝ่ายตรงข้ามที่คุณคุยด้วยเนี่ยเขาอาจจะเป็นคนที่มีการศึกษาหน่อย แล้วเขาก็อาจจะรู้วิธีที่จะพูดแสดงความคิดเห็นออกไป)

P: I see.  It’s also important to ask you what the definition of grammar is in your point of view. (โอเค ผมเข้าใจแล้ว คราวนี้มันก็สำคัญเหมือนกันนะที่ผมจะต้องถามคุณว่า คำจำกัดความของคำว่า “แกรมม่า” ในมุมมองของคุณคืออะไร)

M: Well, good grammar is using the correct sentence structure and using an adjective as an adjective as opposed to an adverb and knowing your language or the rules of your language. (อึม! แกรมม่าที่ดี-ที่ถูกต้องก็คือการใช้โครงสร้างประโยคให้เหมาะสม และใช้ adjective (คำคุณศัพท์) ในที่ที่ควรใช้ adjective รู้ว่ามันใช้แตกต่างกับ adverb (คำวิเศษณ์) อย่างไร แล้วก็ต้องเข้าใจตัวภาษาหรือกฎของภาษาที่คุณพูดอยู่ด้วย)

P: You said grammar is important.  Is it because you EVER were a teacher or you NEVER were? (คุณพูดว่าแกรมม่าสำคัญ นั่นมันเป็นเพราะว่าคุณเคยเป็นครูมาหรือเปล่าครับ หรือว่าคุณไม่เคยเป็น)

M: I’ve never been a teacher but I live in Miami where there is notoriously bad grammar.  And this makes a big difference between how you appear to people from my own perspective. (ผมไม่เคยเป็นครูมาก่อนเลย แต่ว่าผมอยู่ในไมอามี่ซึ่งเป็นเมืองที่ใช้แกรมม่าได้อย่างแย่มาก แล้วมันก็แสดงให้เห็นความแตกต่างมากเหมือนกันนะ ว่าคนที่คุณคุยด้วยอ่ะเขาจะมองคุณยังไง ... ในทัศนะของผม)

P: It’s raining now.  I think we need to stop our conversation here.  Thank you very much for participating in this video. (ตอนนี้ฝนตกแล้วล่ะ ผมว่าเราต้องยุติการสนทนาของเราเอาไว้เพียงแค่นี้นะ ขอบคุณมากๆครับที่มามีส่วนร่วมในวิดีโอตอนนี้)

M: You’re very welcome. (ยินดีครับ)

P: God bless you! (ขอให้พระเจ้าให้พรคุณนะ)

M: God bless you too! (ขอให้พระเจ้าให้พรคุณเช่นกันครับ)

-----------------------------------------

นักเรียน: Hi, my name is Owen.  Two years ago, I couldn’t speak English at all.  After 2 years of working hard, I can help myself.  This is my first time in Miami, but my second time in the U.S.  Coming to the U.S. is a dream-come-true.  I would like to assure you that overcoming English is possible. (สวัสดีครับ ผมชื่อโอเว่น เมื่อสองปีก่อนผมพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย หลังจากสองปีแห่งการพยายามอย่างหนัก ตอนนี้ผมก็ช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว นี่เป็นครั้งแรกของผมในเมืองไมอามี่ แต่เป็นครั้งที่สองของผมที่มาอเมริกา การมาอเมริกานี่ถือว่าเป็น “ฝันที่เป็นจริง” ของผมเลยครับ ผมอยากจะให้คุณมั่นใจว่าการพิชิตหรือเอาชนะภาษาอังกฤษเนี่ย มันเป็นไปได้ครับ)

ความคิดเห็น

วันที่: Wed Nov 21 11:05:54 ICT 2018

พิมพ์อักขระที่คุณเห็นในภาพด้านล่าง
ตัวอักษรเป็นตัวพิมพ์เล็กหรือใหญ่็ได้
แสดงความคิดเห็น
All Comments: 0 Pages: 1/0
Tel: 095-9799890| Email: พิมพ์ piboon ต่อด้วยเลข 11 โดยไม่มีวรรค @yahoo.com